post

การคว้าตำแหน่ง “เอ็มวีพี” สองปีติดกันของ ยานนิส อันเทโทคูมโป

ได้คู่ที่จะดวลกันในรอบชิงชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับการแข่งขันบาสเก็ตบอล เอ็นบีเอ สหรัฐอเมริกา ลีกการแข่งขันบาสเก็ตบอลอาชีพที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งคู่ที่จะได้ชิงในปีนี้ก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อพอสมควร นั่นก็คือการพบกันระหว่างลอสแองเจลิส เลคเกอร์ พบกับ ไมอามี่ ฮีทนั่นเอง

แต่ถึงแม้ว่าในการพบกันระหว่างไมอามี่ ฮีทกับมิลวอกกี้ บัคส์ในรอบรองชนะเลิศ ในการชิงแชมป์สายตะวันออกนั่นจะเป็นทางฮีทที่สามารถเอาชนะไปได้อย่างขาดลอย (4-1เกม) และกรุยทางสู่รอบชิงได้ในที่สุด แต่ก็ไม่สามารถทำให้ตำแหน่งผู้เล่นทรงคุณค่าประจำฤดูกาลหรือรางวัล เอ็มวีพี ในปีนี้หลุดไปจากเงื้อมมือของเจ้ายักษ์กรีซ ยานนิส อันเทโทคูมโปฟอร์เวิร์ดดาวเด่นของมิลวอกกี้แต่อย่างใด และมันก็ทำให้เขากลายเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่สามารถคว้ารางวัลนี้มาครองได้ถึงสองฤดูกาลติดต่อกัน ซึ่งยานนิสถือเป็นผู้เล่นคนที่ 12 ที่สามารถทำแบบสิ่งนี้ได้ ตามหลังผู้เล่นดาวดังอย่าง สตีเฟ่น เคอร์รี่, เลบรอน เจมส์, สตีฟ แนช, ทิม ดันแคน, ไมเคิล จอร์แดน, เมจิก จอห์นสัน, แลร์รี่ เบิร์ด, โมเสส มาโลน, คารีม อับดุล-จับบาร์, วิลท์ แชมเบอร์เลนและบิลล์ รัสเซล และนอกจากนี้แล้วเขายังเป็นผู้เล่นคนที่สามในประวัติศาสตร์เท่านั้นที่สามารถคว้าตำแหน่งเอ็มวีพีได้พร้อมกับการคว้าตำแหน่งผู้เล่นป้องกันยอดเยี่ยมได้ภายในปีเดียวกัน ต่อจากไมเคิล จอร์แดนและฮาคีม โอลาจูวอนอีกด้วย

สำหรับผลงานที่ส่งให้ยานนิส อันเทโทคูมโปสามารถคว้าตำแหน่งเอ็มวีพีได้ในฤดูกาลนี้ก็เพราะว่าในฤดูกาลปกตินั้นยานนิสสามารถระเบิดฟอร์มการเล่นของเขาได้อย่างสุดยอด โดยมีสถิติฤดูกาลปกติอยู่ที่ 29.5 คะแนน 13.6 รีบาวด์ และ5.6 แอสซิสต์ ต่อเกม ซึ่งสามารถพาบัคส์จบอันดับหนึ่งบนตารางสายตะวันออกในฤดูกาลปกติได้อีกด้วย และถึงแม้ว่าสุดท้ายจะไปไม่ถึงฝั่งฝันมันก็เพียงพอให้เขาได้รางวัลเอ็มวีพีอยู่ดีนั่นเอง

ปัจจุบันนั้นยานนิส อันเทโทคูมโปนั้นพึ่งจะมีอายุเพียงแค่ 25 ปีเท่านั้นเอง ซึ่งสำหรับวงการเอ็นบีเอนั้นก็ถือว่ายังน้อยมากและยังสามารถเล่นได้อีกนับสิบปีเลยทีเดียว และด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นแถมมีรางวัลมากมายการันตีฝีมือของเขาแบบนี้ รับรองได้เลยว่ามิลวอกกี้ บัคส์นั้นเหนื่อยแน่นอนในการที่จะหาทางรั้งตัวเขาไว้กับทีม เพราะทีมใหญ่หลาย ๆ ทีมคงจะจ้องฉกตัวเขาชนิดตาเป็นมัน และถ้าหากว่าบัคส์ไม่สามารถตอบสนองในด้านของความสำเร็จให้แก่เขาได้ การย้ายออกไปของเขาก็อาจจะเกิดขึ้น แล้วถ้าหากว่าเขาได้ไปร่วมทีมกับพวกซูเปอร์สตาร์แล้วละก็ รับรองได้เลยว่ามันจนแทบไม่อยากกระพริบตาอย่างแน่นอน

post

ทัศนะจากตำนานทีมชาติอังกฤษ “เชียเรอร์” ยก อเกวโร่ เหนือกว่า อองรี คุณเห็นด้วยหรือไม่

เมื่อไม่นานมานี้มีสื่อจากอังกฤษ BBC Sounds จัดรายการ Podcast และได้มีการเชิญผู้ร่วมรายการมา 3 คนซึ่งล้วนเป็นสุดยอดนักเตะในตำนานของทีมชาติอังกฤษทั้ง อลัน เชียเรอร์, เอียน ไรท์, และแกรี่ ลินิเกอร์ พวกเขาได้สนทนาและสัมภาษณ์กันในเรื่องราวของฟุตบอล จนมาถึงประเด็นการเป็นสุดยอดดาวยิง ที่คนจับมาเป็นประเด็นให้คิดต่อก็คือทัศนะของ อลัน เชียเรอร์ ซึ่งไม่รู้ว่าเขากล่าวเล่น ๆ หรือไม่ เพราะเขาได้แสดงทัศนะในเชิงถือหาง “เอล กุน” ว่ามีความเจ๋งที่เหนือกว่า “อองรี”

เชียเรอร์ให้ตัวเองเป็นเบอร์หนึ่งและคนอื่นเป็นรองกว่า

รายการ Podcast ในวันนั้นบรรยากาศการพูดคุยและให้สัมภาษณ์ก็ดูจะเป็นปกติ แต่ก็ไม่มีใครแน่ใจได้ว่าเบื้องหลังจะมีความเป็นทางการแค่ไหน แต่ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของรายการฟุตบอลใหญ่พรีเมียร์ลีกอย่าง เชียเรอร์ ผู้ที่สร้างตำนานทำประตูได้สูงสุดถึง 260 ประตูก็ได้กล่าวไปแล้วว่า หากเทียบความเจ๋ง แน่นอน ตัวเขาเองย่อมอยู่อันดับ 1 และถ้าถามว่าเขาจะให้ใครเป็นเบอร์ 2 รองจากเขาก็จะต้องเป็น เซร์คิโอ อเกวโร่ หัวหอกชาวอาร์เจนติน่า ที่เล่นอยู่ให้ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ส่วนอันดับ 3 เขายกให้ เธียร์รี่ อองรี นักเตะอันเป็นตำนานของทีมปืนใหญ่อาร์เซน่อล

แน่นอนว่าการยกหัวชูหางว่าตัวเขาเองเป็นเบอร์ 1 นั้น น่าจะเป็นคำพูดติดตลกแบบอารมณ์ขัน แต่การจัดอันดับ 2 และ 3 ที่รองลงมานั้น น่าจะดูเหมือนเป็นสิ่งที่เขาคิดอยู่ในใจจริง ๆ  จึงทำให้ประเด็นนี้ถูกยกมาถกเถียงกันต่อในวงสังคมฟุตบอล ซึ่งก็เป็นเรื่องราวที่ทอล์คกันได้อย่างอย่างสนุก เหมือนกับตอนที่แฟนบอลร่วมลุ้นร่วมพนันทีมที่ตัวเองรักในเว็บไซต์พนัน VWIN ที่ต่างก็ต้องการให้ทีมที่ตัวเองพนันไว้เข้าวิน ต้องการให้นักเตะที่ตัวเองรักยิงประตูได้ ก็เป็นอีกหนึ่งสีสันนอกสนามที่น่าสนใจดีเหมือนกัน

จริง ๆ เชียเรอร์ก็มีเหตุผลที่น่าฟังอยู่เหมือนกัน

การที่อลัน เชียเรอร์ ยกให้เซร์คิโอ อเกวโร่มีความเหนือชั้นกว่าเธียร์รี่ อองรีนั้น ไม่ใช่ว่าเขาคิดเองเออเองแต่เขาก็พิจารณาด้วยความเป็นเหตุเป็นผล โดยเชียเรอร์บอกว่า จริง ๆ แล้วเขาชอบทั้งสองคนเลย และนับถือในฝีเท้าของทั้งสองด้วย แต่ในความคิดของเขาแล้วมองว่า ฟุตบอลมีสไตล์การเล่นที่แบ่งเป็นยุค ๆ ไป ซึ่งยุคใหม่ก็จะมีการพัฒนาเทคนิคใหม่ ๆ ที่ดีกว่ายุคก่อนที่ผ่านมา ดังนั้นสไตล์การเล่นของผู้เล่นกองหน้าจึงเปลี่ยนไป จริงอยู่ว่า เธียร์รี่ อองรี เป็นจอมถล่มประตู แต่อองรีจะมีมุมถนัดเฉพาะของเขาในการทำประตู ส่วนอเกวโร่ซึ่งขณะนี้ในวัย 32 ปี เขายังคงพลิ้วไหว และยังคงสามารถทำประตูได้หลากหลายมุม ทั้งซ้าย ขวา และตรงกลาง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขายังให้อเกวโร่เหนือกว่าอองรีนั่นเอง

ไม่รู้ว่าแฟน ๆ ฟุตบอลจะคิดเห็นเหมือนอลัน เชียเรอร์หรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ ประเด็นนี้ก็กลายเป็นเรื่องที่นำไปสู่การถกเถียงในวงการฟุตบอลในอังกฤษไปอย่างรีบร้อยแล้วนั่นเอง

post

“โปรแจ๊ส” อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ โปรกอล์ฟสุดฮอต 2019

ในปี 2019 ที่ผ่านมา คงไม่มีมีนักกอล์ฟไทยคนไหนโชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงไปกว่า “โปรแจ๊ส” ที่สามารถคว้าแชมป์เอเชี่ยน ทัวร์มาครองได้ถึง 4 รายการ กวาดเงินรางวัลรวมกันถึง 1,057,524 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 32 ล้านบาท พร้อมกับขยับขึ้นไปรั้งอันดับที่ 40 ของโลก

โปรแจ๊ส เริ่มสนใจและฝึกเล่นกอล์ฟมาตั้งแต่เด็ก โดยทำสถิติเป็นนักกอล์ฟอายุน้อยที่สุดที่ผ่านการคัดตัวเข้าแข่งขันเอเชี่ยน ทัวร์ เมื่อปี 2010 ด้วยวัยเพียง 14 ปี 71 วัน ในรายการAsian Tour International ซึ่งจัดการแข่งขันที่จังหวัดนครปฐม ก่อนที่จะเทิร์นโปรเป็นนักกอล์ฟอาชีพในเดือนธันวาคม 2010 โดยเลือกใช้ชื่อ Jazz Janewattananond ในการลงแข่งขันกอล์ฟอาชีพ โดยชื่อเล่นนี้มีที่มาจากคุณพ่อซึ่งเป็นแฟนเพลงแจ๊สนั้นเอง

โปรแจ๊สสามารถคว้าแชมป์เอเชี่ยน ทัวร์รายการแรกได้สำเร็จในปี 2017 จากรายการ Bashundhara Bangladesh Open ณ กรุงธากา ประเทศบังคลาเทศ ทำให้โปรแจ๊สได้โอกาสเล่นรอบคัดเลือก The Open Championship 2018 แต่ไม่ผ่านการตัดตัว ก่อนจะมาคว้าแชมป์เอเชี่ยน ทัวร์เป็นครั้งที่สองให้ตัวเองในรายการ Queen’s Cup 2018 ที่เมืองพัทยา จบฤดูกาลด้วยการครองอันดับที่ 123 ของโลก ก่อนจะเป็นกำลังสำคัญของทีมไทยในรายการ Amata Friendship Cup ซึ่งเป็นกอล์ฟรายการพิเศษประเภททีมระหว่างทีมไทยกับทีมญี่ปุ่น โดยโปรแจ๊สเป็นนักกอล์ฟไทยเพียงคนเดียวที่สามารถเก็บชนะได้ทุกแมตช์ที่ลงแข่งขัน พาทีมไทยคว้าแชมป์รายการนี้มาครองได้สำเร็จ

และแล้วเมื่อฤดูกาล 2019 เปิดฉากขึ้น โปรแจ๊สก็โชว์ฟอร์มร้อนแรงทันที เมื่อคว้าแชมป์ Singapore Open ได้ตั้งแต่ต้นปี นับเป็นแชมป์เอเชี่ยน ทัวร์รายการที่สาม ส่งผลให้อันดับโลกขยับขึ้นไปอยู่ที่ 74 ติดท็อป 100 ของโลกได้เป็นครั้งแรก ทำให้ได้รับสิทธิเข้าแข่งขัน PGA Championship โดยจบในอันดับที่ 14 ก่อนจะมาคว้าแชมป์ Kolon Korea Open ในช่วงกลางปี ตามด้วยแชมป์ BNI Indonesian Masters ในช่วงปลายปี ทำให้เขากลายเป็นนักกอล์ฟอายุน้อยที่สุดที่สามารถคว้าแชมป์เอเชี่ยน ทัวร์ 5 รายการ และทะยานขึ้นไปอยู่ที่อันดับ 45 ของโลก เท่านั้นไม่พอยังสามารถคว้าแชมป์ Thailand Masters ส่งท้ายฤดูกาล 2019 ได้สำเร็จ จนจบด้วยอับดับที่ 40 ของโลกในที่สุด เรียกได้ว่าขึ้นแท่นเป็นขวัญใจแฟน ๆ กีฬากอล์ฟประจำเว็บไซต์ VWIN เป็นที่เรียบร้อย

ผลงานที่ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดของโปรแจ๊ส ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการทำงานร่วมกับโค้ชสวิงระดับโลกอย่าง พีท โคเวน ที่เคยร่วมงานกับนักกอล์ฟชั้นนำของโลกอย่าง รอรี่ แม็คอิลรอย, เฮนริค สเตนสัน และลี เวสต์วูด มาแล้ว ทำให้วงสวิงของโปรแจ๊สพัฒนาไปอย่างมาก จนมีระยะไดร์ฟเฉลี่ยอยู่ที่ 295.18 หลา ใกล้เคียงกับนักกอล์ฟชื่อดังระดับ PGA Tour ทีเดียว

ในฤดูกาล 2020 นี้ โปรแจ๊สในวัย 24 ปี ได้ก้าวขึ้นมาเป็นมือวางอันดับ 1 ของเอเชี่ยน ทัวร์อย่างเป็นทางการ โดยจะประเดิมด้วยรายการ Hong Kong Open และที่สำคัญในปีนี้โปรแจ๊สได้สิทธิเข้าร่วมแข่งขัน Masters Tournament เป็นครั้งแรก จากการทำอันดับติด Top 50 ของโลก ซึ่งการได้รับโอกาสลงแข่งขันในรายการระดับเมเจอร์อย่างสม่ำเสมอนี่เอง อาจเป็นส่วนสำคัญช่วยให้โปรแจ๊สกลายเป็นนักกอล์ฟชายไทยคนแรกที่สามารถคว้าแชมป์รายการเมเจอร์มาครองได้สำเร็จก็เป็นได้

post

รู้จัก 4 ทีมสุดท้ายในศึกรักบี้ชิงแชมป์โลก

รักบี้ชิงแชมป์โลกครั้งที่ 9 ซึ่งจัดครั้งแรก ณ เมืองโยโกฮาม่าในประเทศญี่ปุ่น ได้มาถึงรอบรองชนะเลิศหรือ 4 ทีมสุดท้ายแล้ว โดยเป็นการพบกันระหว่าง “กุหลาบแดง” ทีมชาติอังกฤษพบเต็งหนึ่งของการแข่งขัน “ออลแบล็ค” นิวซีแลนด์  และ “เจ้าชาย” ทีมชาติเวลส์ม้ามืดของรายการจะพบกับ “สปริงบ็อก” ทีมชาติแอฟริกาใต้ โดยผู้แพ้จะได้ลงเล่นในสนามในเมืองโชฟู วันที่ 1 พฤศจิกายนเพื่อชิงอันดับที่ 3 และผู้ชนะจะเข้าไปชิงชนะเลิศจะแข่งกันในวันที่ 2 พฤศจิกายน ณ สนามในกรุงโยโกฮาม่า

กุหลาบแดงพบออลแบล็ค

ควรจะเป็นคู่ชิงชนะเลิศที่แท้จริงเสียมากกว่าเพราะ “ออลแบล็ค” นิวซีแลนด์เป็นทั้งแชมป์เก่าและเต็ง 1 ของรายการและยังเป็นทีมอันดับ 1 ในการสะสมคะแนน world rugby ranking อีกด้วย ส่วน “กุหลาบแดง” ทีมชาติอังกฤษ ซึ่งเป็นอดีตแชมป์โลก 1 สมัยและรองแชมป์โลก 2 ครั้ง คือทีมอันดับ 2 ในworld rugby ranking เช่นกัน โดย “ออลแบล็ค” นิวซีแลนด์อดีตแชมป์โลกถึง 3 สมัยรวมถึงเป็นแชมป์โลก 2 สมัยล่าสุดในปี 2011, 2015 พวกเขาคือชาติที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในกีฬารักบี้ โดยในรอบก่อนรองชนะเลิศนั้น ทั้งสองชาติต่างเอาชนะคู่แข่งมาได้แบบถล่มทลาย โดยนิวซีแลนด์ถล่มเอาชนะไอร์แลนด์ไปถึง 46 ต่อ 14 จุด ส่วนอังกฤษก็ไม่น้อยหน้า พวกเขาถล่มอดีตแชมป์โลกอย่างออสเตรเลียเละเทะถึง 40 ต่อ 16 จุด เมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา

เวลส์พบกับแอฟริกาใต้

สำหรับ “เจ้าชาย” ทีมชาติเวลส์แล้ว พวกเขาดูจะมีประสบการณ์น้อยที่สุดใน 4 ทีม เพราะเป็นชาติเดียวที่ยังไม่เคยเข้าชิงชนะเลิศเลย เวลส์ทำได้ดีที่สุดเพียงอันดับ 4 ในปี 2011 โดยแพ้แก่ออสเตรเลียรายการชิงอันดับที่ 3 เท่านั้น และในครั้งนี้พวกเขาก็เป็นม้ามืดอีกเช่นกัน โดยทีมชาติเวลส์สามารถพลิกล็อกเอาชนะ “เลส์ เบลอส์” ทีมชาติฝรั่งเศสอดีตรองแชมป์โลก 2 สมัยไปได้อย่างพลิกความคาดหมาย 20 ต่อ 19 จุด ทั้ง ๆ ที่มีคะแนนตามหลังฝรั่งเศสตลอดการแข่งขัน ในรอบรองชนะเลิศนี้พวกเขาต้องพบกับ “สปริงบ็อก” ทีมชาติแอฟริกาใต้ อดีตแชมป์โลก 2 สมัย ซึ่งเป็นชาติเดียวที่ไม่เคยแพ้ในรอบชิงชนะเลิศเลย สำหรับแอฟริกาใต้นั้นพวกเขามีทีมรับที่ยอดเยี่ยม ในรอบก่อนรองชนะเลิศพวกเขาผ่าน “ซากุระ” ทีมชาติญี่ปุ่นเจ้าภาพที่โชว์ฟอร์มได้ดีเกินคาดในการแข่งขันทัวร์นาเมนต์จะถึงพวกเขาจะมีประสบการณ์มากกว่าทีมชาติเวลส์ แต่อันดับ world rugby ranking พวกเขากลับเป็นรอง ซึ่งทั้งเวลส์และแอฟริกาใต้เป็นทีมอันดับ 3 และ 4 ตามลำดับ นี่จึงเป็นการพบกันที่ถูกคู่ทีเดียว

รอบชิงแชมป์ที่โยโกฮาม่า

ไม่ว่าจะเป็นชาติใดที่ได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศที่สนามในเมืองโยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่นก็นับได้ว่าเป็นการแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลกที่สมศักดิ์ศรีอย่างมากทีเดียวเนื่องจากทั้ง 4 ทีมสุดท้ายต่างเป็นทีมอันดับ 1 ถึง 4 ใน world rugby ranking โดย “ออลแบล็ค” นิวซีแลนด์ ยังเป็นเต็งหนึ่งของรายการ “กุหลาบแดง” อังกฤษที่ชาติที่โชว์ฟอร์มได้ดีที่สุดในรอบก่อนรองชนะเลิศ “สปริงบ็อก” แอฟริกาใต้ที่ยังไม่เคยแพ้ใครในนัดชิงชนะเลิศ หรือเราอาจจะได้เห็นแชมป์โลกใหม่พูดไม่เคยเข้าชิงมาก่อนอย่างทีม “เจ้าชาย” เวลส์

post

ได้เวลาจัดด์ ทรัมป์ โชว์ฝีมือให้โลกรู้

จัดด์ ทรัมป์ เขาคือนักสนุกเกอร์ชาวอังกฤษ แชมป์โลกคนคนล่าสุดวัย 30 ปี เกิดเมื่อ 20 สิงหาคม 1989 ทรัมป์มีหลายฉายาในวงการเช่น มร.แฮร์คัท, เดอะ เอช (the ace) แต่ฉายาที่คนไทยตั้งและน่าจะเหมาะกับเจ้าตัวเป็นอย่างมากคือ “เพชฌฆาตปืนกล” อันเนื่องมาจากสไตล์การแทงสนุกเกอร์ที่รวดเร็ว รุนแรงแม่นยำ ที่หาดูได้ยากในยุคปัจจุบันนั้น

หนึ่งในดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการ

อาลี ฮันเตอร์, แมทธิว สตีเว่น, แบรี่ ฮอร์กิ้น หรือแม้แต่ดิง จินฮุย ชื่อเหล่านี้คืออดีตดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งวงการสนุกเกอร์ ผู้เคยได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นยอดนักสนุกเกอร์แถวหน้าของโลกเหมือนที่สตีฟ เดวิส, สตีเฟ่น เฮนดรี้และรอนนี่ โอซุลลิแวนได้สร้างผลงานเอาไว้ แต่สุดท้ายมีอีกหลายชื่อที่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน และมีอีกหลายชื่อที่โอกาสของเขาเหลืออีกไม่มากกับตำแหน่งแชมป์โลกที่นักสนุกเกอร์ทุกคนใฝ่ฝัน จัดด์ ทรัมป์เองก็เป็นเช่นนั้น เขาเหมือนมาร์ค เซลบี้แชมป์โลกสนุกเกอร์สามสมัย ที่เคยได้ชิงแชมป์โลกตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ต้องพ่ายแพ้ต่อนัดชิงให้กับรอนนี่ โอซุลลิแวน ส่วนจัดด์ ทรัมป์ เขาแพ้ให้กับจอห์น ฮิกกิ้น ผู้เป็นหนึ่งในนักสนุกเกอร์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดคนหนึ่งในวงการ และเป็นแชมป์โลก 4 สมัยที่สำคัญเขาคือคู่ชิงในปี 2018 ที่จัดด์ ทรัมป์สามารถแก้มือเอาชนะและคว้าแชมป์โลกได้เป็นครั้งแรกในที่สุด

หนึ่งในนักสนุกเกอร์ขวัญใจ

เมื่อรอนนี่ โอซุลลิแวนนักสนุกเกอร์ที่ว่ากันว่ามีพรสวรรค์สูงกว่านักสนุกเกอร์คนใดในประวัติศาสตร์และเป็นผู้ที่มีแฟนสนุกเกอร์ติดตามมากที่สุดตลอดหลายสิบปีอยู่ในช่วงใกล้ปลดระวางเต็มที โอกาสจึงเปิดกว้างให้แก่นักสนุกเกอร์คนอื่น ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสจ๊วต บิงแฮมแชมป์โลกเมื่อ 3 ปีก่อนซึ่งได้เข้าชิงแชมป์โลกครั้งแรกเมื่ออายุขึ้นต้นด้วยเลขสี่แล้วหรือมาร์ค วิลเลี่ยมอดีตแชมป์โลกที่กลับมาคว้าแชมป์อีกครั้งเมื่อปีก่อน และมาร์ค เซลบี้ สามารถคว้าแชมป์โลกได้ถึง 2 ครั้งและเป็นครั้งที่สามของเขา จะเห็นได้ว่าไม่มีนักสนุกเกอร์คนใดเล่นในสไตล์เดินหน้าฆ่ามันหรือกล้าได้กล้าเสียเหมือนกับ “เดอะ ร็อคเก็ต” รอนนี่ โอซุลลิแวนหรือจัด ทรัมป์เลยแม้แต่คนเดียว

การรักษาฟอร์มการเล่นที่แสนยากเย็น

10 ปีหลังสุด มีเพียงมาร์ค เซลบี้สามารถเข้าชิงแชมป์โลกในครูซิเบิ้ลเธียเตอร์ ได้ 3 ครั้งและคว้าแชมป์ได้ทั้งหมด  และจอห์น ฮิกกิ้นที่เข้าชิงได้ถึง 4 ครั้ง และได้แชมป์ไปเพียงครั้งเดียว (เป็นสมัยที่ 4 ตลอดอาชีพของเขา) แต่ต้องแพ้ในนัดชิงทั้ง 3 ฤดูกาลหลังสุดอย่างโชคร้าย ก็ไม่มีนักสนุกเกอร์คนใดที่สามารถรักษาฟอร์มการเล่นหรือยืนระยะได้เลย จัดด์ ทรัมป์เอ็งก็ต้องใช้เวลาถึง 8 ปีกว่าจะได้เข้าชิงแชมป์โลกอีกครั้งและทำสำเร็จในที่สุด ซึ่งด้วยสไตล์การเล่นที่เป็นนักสู้ของเขาการจะรักษาความแม่นยำได้ในระยะยาวเป็นเรื่องยาก แต่เกือบ 1 ปีที่เขาครองแชมป์โลกมาจัดด์ ทรัมป์ยังคงรักษาตำแหน่งมือ 1 ของโลกพร้อมกับฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นเหนือกว่านักสนุกเกอร์คนใด ซึ่งหากเขายังคงรักษามาตรฐานของตนเองเอาไว้ได้ในเวลาอีกไม่กี่เดือนก่อนการแข่งขันชิงแชมป์โลกที่ครูซิเบิ้ลเธียเตอร์จะเริ่มขึ้นอีกครั้ง เขาจะเป็นเต็งหนึ่งในการคว้าแชมป์มาครองอย่างแน่นอน และเชื่อว่าแฟนสนุกเกอร์ส่วนใหญ่จะเอาใจช่วยเขาอย่างแน่นอน