post

กูตีตำนานแห่งราชันย์ ผู้พร้อมรับไม้ผลัดจากซีดาน?

กูตีมีชื่อเต็มว่า “โฆเซ่ มาเรีย กูเตียเรซ” เขาเกิดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 1976 ในวัยเด็กนั้นเขามีพรสวรรค์ในกีฬาเทนนิสเป็นอย่างมากแต่กลับเลือกเล่นฟุตบอลแทน โดยมีสโมสรอันเป็นที่รักสโมสรเดียวในดวงใจนั่นคือ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริดนั้นเอง ซึ่งกูตีเล่นให้สโมสรชุดขาวของลาลีกาสเปนเกือบตลอดอาชีพการค้าแข้งของเขา ก่อนจะย้ายไปเบซิคตัสในช่วงก่อนแขวนสตั๊ด

กูตีผู้เคยเกือบถูกลืม

กูตีคือมาดริสต้าอย่างแท้จริงเขาเริ่มเล่นให้เรอัล มาดริดตั้งแต่ปี 1994 ในชุดซีและเริ่มไต่เต้าขึ้นมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้เล่นชุดใหญ่ในปีถัดมา กว่า 6 ปีที่กูตีได้มีโอกาสลงเล่นในทีมชุดใหญ่ เรอัล มาดริดประสบความสำเร็จอย่างมากโดยเฉพาะเรื่องธุรกิจที่ไม่แพ้ผลงานในสนามเลย เรอัล มาดริดเต็มไปด้วยผู้เล่นมีชื่อเสียงระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นฌฟอนันโด เรดอนโด้, โรแบร์โต้ คาลอส, ซีเนดีน ซีดาน ซึ่งแม้ว่าชื่อของกูตีอาจจะไม่ได้รู้จักกันอย่างแพร่หลาย แต่สำหรับแฟนบอลเรอัล มาดริดแล้วเขาคือหนึ่งในคนสำคัญ กูตีเป็นนักเตะที่เล่นได้หลากหลาย เขาสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในกองกลาง หรือแม้แต่กองหน้าก็สามารถเล่นได้

จากยอดนักเตะสู้ยอดโค้ช

กูตีคุมทีมเรอัล มาดริดชุดเยาวชนมากกว่า 7 ปี เขาพาทีมคว้าแชมป์มากมาย โดยเฉพาะการสร้างประวัติศาสตร์สโมสรด้วยการคว้า 3 แชมป์ในฤดูกาลเดียวในปี 2017 ในครั้งแรกที่ซีเนดีนซีดานบอกลาทีมไปทีมได้แต่งตั้งฆูเล็น โลเปเตกลีอดีตกุนซือทีมชาติสเปน เข้ามาคุมทีมแทนแต่ก็อยู่ได้ไม่นาน จนกระทั่งเรอัล มาดริดได้ตั้งซานติอาโก้ โซลารี่หัวหน้าผู้ฝึกสอนจากเรอัล มาดริดคาสติญย่ามาคุมทีมช่วงสั้น ๆ แต่ก็ไปได้ไม่รอดเช่นกัน ชื่อของกูตีจึงกลายเป็นหนึ่งในตัวเต็งกุนซือเรอัล มาดริดในทันที ก่อนที่ซีเนอดีน ซีดานจะกลับมาคุมทีมเป็นคำรบที่ 2 ปัจจุบันกุตีได้ไปเป็นผู้ช่วยของอับดุลลา อวิชี่ ผู้จัดการทีมสโมสรเบซิคตัสในตุรกี เพื่อหาประสบการณ์

ราชันย์ที่แสนยุ่งเหยิง

ปัจจุบันเรอัล มาดริดของซีเนดีน ซีดานยังอยู่ในฟอร์มที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ พวกเขากลายเป็นทีมที่เสียประตูเง่ายแนวรุกของทีมก็ยังไว้วางใจไม่ได้ ในลาลีกาพวกเขายิงไปเพียง 16 ประตูเท่านั้นทั้ง ๆ ที่มีแนวรุกระดับโลกอยู่มากมาย ในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกที่พวกเขาเป็นเต้ยของถ้วยนี้ ก็เพิ่งถูกปารีสแซงต์ แชร์แมงยำใหญ่มาถึง 3-0 แต่เทพีแห่งโชคยังอยู่กับทีมชุดขาวเมื่อคู่ปรับโดยตรงอย่างบาร์เซโลนาและแอตเลติโก มาดริดฟอร์มออกทะเลพร้อมกับพวกเขา แต่ในตอนนี้ดูเหมือนทีมใหญ่จากแคว้นคาตาลันอย่างบาร์เซโลน่าเริ่มกลับมาเก็บชัยชนะติดต่อกันได้หลายนัดส่วนทีมตราหมีเพื่อนร่วมเมืองก็เริ่มกลับมาแล้ว เก้าอี้ของซีดานกำลังร้อนฉ่าเลยทีเดียว นี่อาจจะเป็นโอกาสอีกครั้งที่กูตีจะได้กลับเรอัล มาดริดที่เขารักเพียงแต่ไม่ใช่ในฐานะนักเตะเท่านั้นเอง

post

นาดาลสุดร้อนแรงคว้าแกรนด์สแลมครั้งที่ 19

ราฟาเอล นาดาล ยอดนักเทนนิสชาวสเปน อดีตมือ 1 ของโลก (ปัจจุบันเป็นมือวางอันดับ 2 ของโลกรองจากโนวัค ยอโควิช) กำลังท้าทายความเป็นราชันนักเทนนิสของโรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ผู้คว้าแกรนด์สแลมสูงสุดในวงการเทนนิสมาถึง 20 รายการ หลังจากนาดาลคว้าแชมป์เทนนิสเฟรนช์โอเพ่นสมัยที่ 12 และ ยูเอส โอเพ่นได้ในปีล่าสุด ทำให้นาดาลคว้าแกรนด์แสลมได้เป็นครั้งที่ 19 แล้ว โดยก่อนหน้านี้นาดาวประสบปัญหาอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าจนต้องพักรักษาตัวไปอย่างยาวนาน จนหลายสื่อไม่คาดคิดว่าเขาจะกลับมาประสบความสำเร็จในระดับสูงสุดที่อีก

ราชาคอร์ดดิน

ราฟาเอล นาดาล เกิดเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 1986 เขาคือหลานชายแท้ ๆ ของมิเกล แองเจล นาดาลกองหลังชื่อดังทีมชาติสเปนของสโมสรบาร์เซโลน่า แต่ราฟาเอล นาดาลกลับสนใจในกีฬาเทนนิสซึ่งเป็น 1 ในกีฬายอดนิยมในสเปนมากกว่านาดาลสามารถใช้มือได้ดีทั้ง 2 ข้างเขาใช้มือซ้ายเขียนหนังสือแต่ใช้มือขวาจับแร็กเกตเทนนิส นาดาลมีประสบการณ์ในช่วงเยาวชนน้อยมาก หากเทียบกับนักเทนนิสรุ่นพี่แล้วถือว่าเขาเริ่มต้นได้ช้ากว่ามาก แมทช์การแข่งขันที่ทำให้ราฟาเอล นาดาลเป็นที่รู้จักคือ การเอาชนะแอนดี้ ร็อดดิคนักเทนนิสมือ 1 ของโลกชาวอเมริกันในขณะนั้นในศึกเดวิสคัพทำให้ทีมชาติสเปนสามารถเอาชนะและคว้าแชมป์โลกจะไปได้สำเร็จ หลังจากนั้นนาดาลก็เริ่มสร้างความสำเร็จส่วนตัวด้วยมาแต่การที่ต้องมีคู่แข่งขันอย่างโรเจอร์ เฟเดอเรอร์นักเทนนิสรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาลของวงการเทนนิส กับโนวัค ยอโควิช ที่ผงาดขึ้นเป็นมามือวางอันดับ 1 ของโลกแทนตัวเขาในช่วงเวลาที่นาดาลประสบอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าจนถึงปัจจุบัน

การต่อสู้ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย

ในอดีตวงการเทนนิสมักจะมียุคของใครสักคนหนึ่ง เช่นบียอร์น บอร์ก, จอห์น แม็คแอนโรหรือพีท แซมพาท แต่ในยุคของนาดาลนั้นกลับมีคู่แข่งที่ทัดเทียมกันถึง 3 คนในเวลาไล่เรี่ยกันคือตัวเขา, โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ได้รับการยกย่องว่าเป็นคิงออฟเทนนิสและโนวัค ยอโควิชนักเทนนิสมือวางอันดับ 1 ในปัจจุบัน ความสำเร็จของนาดาลนั้น จึงไม่เพียงต้องเอาชนะในเกมการแข่งขันเท่านั้น เขายังต้องฝึกซ้อมอย่างหนักและต่อสู้กับอาการบาดเจ็บของตนเอง โดยเฉพาะในช่วงปี 2011 นาดาลได้เข้าชิงแกรนด์สแลมติดกันถึง 3 รายการคือวิมเบิลดัน, ยูเอสโอเพ่น และออสเตรเลียโอเพ่นก่อนที่ทุกรายการจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ต่อนักเทนนิสคนเดียวกันคือโนวัค ยอโควิช ก่อนที่จะแพ้ให้กับยอดนักเทนนิสชาวเซอร์เบียคนเดิมอีกครั้งในออสเตรเลียนโอเพ่นในปี 2019 ปีล่าสุดนี้และไม่เคยแพ้อีกเลยในรอบชิง

นาดาลยังต้องการอีก 2 แกรนด์สแลม

ราฟาเอลนาดาลได้ให้สัมภาษณ์ว่าเขาไม่ได้มองถึงโอกาสการคว้าแกรนด์สแลมแซงโรเจอร์เฟเดอเรอร์ขึ้นเป็นอันดับ 1 แห่งวงการเทนนิสมากนัก และรวมถึงการทำอันดับกลับไปเป็นมือวางอันดับ 1 ของโลกอีกครั้งแทนโนวัค ยอโควิช เขาเพียงรู้สึกดีที่กลับมาคว้าแชมป์ยูเอสโอเพ่นและเฟรนช์โอเพ่นได้อีกครั้งหลังจากต้องต่อสู้กับอาการบาดเจ็บเรื่อยมา แต่เป้าหมายที่รอราฟาเอลนาดาลอยู่นั้นช่างท้าทายเหลือเกิน และหากไม่ใช่เขาบางทีอาจจะไม่มีใครที่ทำลายสถิตินี้ได้อีกแล้ว แม้ว่าโนวัค ยอโควิชไม่วางอันดับ 1 ของโลกในปัจจุบันจะสามารถคว้าไปได้แล้ว 16 แกรนด์สแลมแต่นั้นอาจจะดูยากเกินไปกับอีก 5 แกรนด์สแลมที่เขาต้องการด้วยอายุที่น้อยกว่านาดาลเพียง 1 ปี โอกาสของราชากระทิงในวงการเทนนิสกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว

post

มาราโดน่าผู้เป็นเสมือนพระเจ้าของชาวอาร์เจนตินา

D10s หนึ่งในฉายาของดีเอโก้มาราโดน่า เป็นการตกแต่งตัวอักษร จากคำว่า Dios ที่แปลว่าพระเจ้าในภาษาละตินนั่นเอง ชื่อเต็มของเขาคือดีเอโก้ อาร์มันโด้ มาราโดน่าเขาเกิดเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 1960 มาราโดน่าเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกหรือกองหน้าตัวต่ำ เขาคือนักฟุตบอลคนที่ 2 ของโลกต่อจากเปเล่ที่ได้รับการสรรเสริญว่ามีฝีเท้าดีที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ก่อนที่ในสองทศวรรษที่ผ่านมาจะมีชื่อของลิโอเนล เมสซี่และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ขึ้นมาเทียบเคียง

แอนตี้ฮีโร่ตัวจริง

มาราโดนาเกิดในครอบครัวที่ยากจน เขาเป็นลูกคนที่ 4 โดยมีพี่สาว 3 คนและน้องชายอีก 2 คน เขาสูงเพียง 1.65 ม. เท่านั้น แม้แต่ในช่วงที่เจ้าตัวฟอร์มดีมาก ๆ เขาก็มีน้ำหนักถึง 76 กิโลกรัมเลยทีเดียว (น้ำหนักน้อยกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้เพียง 12 กิโลกรัม แต่เตี้ยกว่าโรนัลโด้ ถึง 22 ซม.) ซึ่งไม่ว่ามองมุมไหนเขาก็ไม่น่าจะเป็นนักกีฬาหรือนักฟุตบอลที่เก่งได้เลยหากพิจารณาจากสรีระของเขา เขามีฉายาในตอนเด็กคือ “เปรูโซ่” (ไอ้หัวฟู) อันมาจากทรงผมของเขา แต่โค้ชมักจะเรียกเขาว่า “ไอ้อ้วน” โดยในครั้งหนึ่งของการแข่งขันระดับเยาวชน มาราโดน่าที่เป็นเพียงตัวสำรองและดูเหมือนเขาจะไม่ได้รับความไว้วางใจจากโค้ชเลย ในช่วงเวลาที่ทีมกำลังตามหลังอยู่ 3-1 ทีมกำลังจะแพ้ โค้ชของเขาได้ตะโกนเรียกให้มาราโดน่าวอร์มก่อนส่งลงไปเล่นในตำแหน่งแบ็คขวาแบบเสียไม่ได้ จากนั้นก็ขับรถกลับบ้านทันทีด้วยอาการฉุนเฉียว ปรากฏว่าในวันรุ่งขึ้นเขาต้องตกตะลึงเมื่อทีมของเขาพลิกกลับมาชนะได้ 5-3 โดยที่ “ไอ้เด็กอ้วน” ที่เขาเคยดูแคลนคนนี้ยิงแฮตทริกได้ในเกมนั้น

ชีวิตที่ติดลบกับการเป็นตัวตนของตัวเอง

ตลอดชีวิตของการค้าแข้งมาราโดน่ามีปัญหาเรื่องยาเสพติดตลอดมาโดยเฉพาะเรื่องของโคเคนซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ได้แสดงออกถึงการปฏิเสธ ทำให้เขามาจะโดนลงโทษจากทางสโมสรและทางกฎหมายอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งอาการติดโคเคนของเขาส่วนหนึ่งมาจากการรักษาอาการบาดเจ็บเนื่องจากในฟุตบอลยุคก่อนนักฟุตบอลในเกมรุกเช่นเขาไม่ได้รับการคุ้มครองจากกรรมการมากเท่าเทียมกับปัจจุบันทำให้เขาต้องเผชิญกับการเข้าบอลหนักจนเป็นที่มาของอาการบาดเจ็บเสมอ แต่การได้รับคำดูถูกจากแฟนบอลคู่แข่งไม่เคยสร้างความอ่อนไหวให้กับเขาเลย เพราะ 2 สิ่งในฟุตบอลที่เขาแคร์ที่สุดคือทีมชาติอาร์เจนตินาและโบคา จูเนียร์สโมสรที่เขารักหมดใจตั้งแต่ในวัยเด็ก ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้เขาเป็นนักต่อสู้และไม่เคยลืมว่าเขามาจากที่ใด มาราโดน่าผู้ไม่เคยเสแสร้ง เขาแสดงออกอย่างลิงโลดทุกครั้งที่ทีมได้ชัยชนะที่สำคัญ และเดินร้องไห้อย่างไม่อายใครเมื่อทีมที่เขารักต้องพ่ายแพ้ นี่คือมาราโดน่าผู้ซึ่งเป็นขวัญใจของชนชั้นแรงงานผู้ยากจนของชาวอาร์เจนตินา

เมสซี่และมาราโดน่า

ผู้คนมักจะเปรียบเทียบ 2 อัจฉริยะต่างยุคกันอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าสองคนนี้จะมีหลายสิ่งที่เหมือนกัน สวมหมายเลข 10 เหมือนกัน, เล่นให้ทีมชาติอาร์เจนตินาและสโมสรบาร์เซโลน่าเหมือนกัน หรือแม้แต่เคยเลี้ยงหลบผู้เล่นฝั่งตรงข้ามจากกลางสนามเข้ามายิงประตูได้เหมือนกัน จริง ๆ แล้ว 2 คนนี้มีอีกหลายอย่างที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง เมสซี่เล่นในตำแหน่งกองหน้า ส่วนมาราโดนาเป็นกองกลางเสียมากกว่า หรือจะเป็นเรื่องของภาวะผู้นำ เมสซี่ดูจะเป็นกัปตันทีมที่สุขุม พูดน้อย จนหลายครั้งสื่อโจมตีเขาว่า เมสซี่มักจะถอดใจก่อนลูกทีมเสียอีก ในขณะที่มาราโดน่าเขาคือผู้นำอย่างแท้จริงทุกคนในทีมต่างพยายามหนักทำงานเพื่อเขาแย่งบอลมาแล้วส่งให้เขา แต่ไม่ว่าจะมีการเปรียบเทียบกันอย่างไร แฟนบอลคือผู้ที่ได้กำไรจากการได้ชมฝีเท้าอันเปี่ยมด้วยพรสวรรค์ของพวกเขาทั้งสองคน

post

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ของโบคา จูเนียร์

โบคา จูเนียร์ส คือหนึ่งสโมสรใหญ่ในอาร์เจนตินา ก่อตั้งเมื่อ 3 เมษายน 1905 ในกรุงบัวโนสไอเรสร่วมกับริเวอร์เพลท พวกเขา เป็นเจ้าของสนามลา บอมโบเนร่ที่เก่าแก่และเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังซึ่งมีความจุสนามกว่า 49,000 คน โบคา จูเนียร์คือทีมขวัญใจชนชั้นแรงงานชาวอาร์เจนตินาและเป็นสโมสรในดวงใจของดีเอโก้ มาราโดน่านักฟุตบอลที่ชาวอาร์เจนตินายกย่องให้เป็นพระเจ้าของพวกเขา

โบคา จูเนียร์กับฟุตบอลลีกอาเจนติน่า

สโมสรชั้นนำในอเมริกาใต้ต่างจากสโมสรระดับ ท็อปของยุโรปโดยสิ้นเชิง ขณะที่สโมสรดังอยากบาร์เซโลน่าหรือเรอัล มาดริดต่างควานหาเพชรเม็ดงามจากสโมสรอเมริกาใต้เหล่านี้ โบคา จูเนียร์หรือสโมสรชั้นนำอื่น ๆ กลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม เพราะพวกเขาอยากจะขายนักเตะมีชื่อของตนเองเพื่อให้ได้ราคามากที่สุด ทั้งนี้เพื่อโอกาสของตัวนักเตะเองที่จะได้มีสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างความมั่งคั่งให้กับตนเองเหมือนรุ่นพี่ทีมชาติอาร์เจนตินอย่างคาร์ลอส เตเบซ, ฮวน โรมัน ริเกลเม่ ซึ่งนักเตะเหล่านี้ต่างเป็นแบบอย่าง เป็นความฝันของเด็ก ๆ ชาวอาร์เจนตินา ประเทศที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ เด็ก ๆ หลายคนเกิดในครอบครัวที่ยากจน ฟุตบอลจึงแทบจะเป็นทุกอย่างของเด็ก ๆ เหล่านี้และเป็นโอกาสของครอบครัวของพวกเขา ทำให้ในบางฤดูกาลที่สโมสรที่เป็นแชมป์ของประเทศแต่ในฤดูกาลถัดมาพวกเขากลับต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนหนีตกชั้นทั้งนี้เพราะนักเตะในทีมคนสำคัญบางคนย้ายออกไปเล่นบอลสโมสรในยุโรปกันเป็นส่วนใหญ่

โบคาและริเวอร์เพลท

ทศวรรษที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ทั้งสองสโมสรกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง โดยเฉพาะริเวอร์เพลท คู่ปรับร่วมเมืองภายใต้การนำของมาร์เซโล่ กายาร์โด้พวกเขาคว้าแชมป์โคปาลิเบอร์ตาโดเรสได้เป็นว่าเล่น ส่วนโบคาจู เนียร์เองก็คว้าคว้าแชมป์ลีกอาเจนติน่าเป็นครั้งที่ 33 สำเร็จ แต่ก็ยังตามหลังริเวอร์เพลทซึ่งเป็นเจ้าของสถิติคว้าแชมป์ลีกสูงสุดที่ 36 สมัย และถึงแม้ว่าทีมเหลือง-ทองแห่งเมืองหลวงจะขยับใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แต่ดูเหมือนแฟนบอลและบริหารจะไม่พอใจนักกับการที่ต้องพลาดแชมป์โคปาลิเบอร์ตาดอเรสคัพด้วยน้ำมือของริเวอร์เพลท หรือความกดดันที่เกินแบกรับไหว ทำให้กุนซืออดีตนักเตะขวัญใจแฟนบอลอย่างกิแยร์โม เชล็อตโต้ต้องอำลาจากทีมไปในที่สุด

โบคาในยุคของกุนซืออัลฟาโร่

กุสตาโว อัลฟาโร่ คือกุนซือชาวอาร์เจนตินาวัย 57 ปีซึ่งมีประสบการณ์การคุมทีมยาวนานเกือบ 30 ปีในลีกอาร์เจนติน่า แต่กับการคุมบังเหียนสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างโบคาที่มีนักเตะชื่อดังตัวเก๋าในทีมอย่างคาร์ลอส เตเบซ, ดานิเอเล่ เด รอสซี่, เมาโร ซาราเต้ คงเป็นงานที่ยากและท้าทายที่สุดในชีวิตของเขา ในเวลานี้โบคา จูเนียร์นำเป็นจ่าฝูงร่วมกับริเวอร์เพลทและอาร์เจนติโนส จูเนียร์สโดยทีมหลังเล่นน้อยกว่า 1 นัด ส่วนริเวอร์เพลทยังมีเกมนัดชิงชนะเลิศโคปาลิเบอร์ตาดอเรสครับรออยู่ การลุ้นแชมป์ลีกอาร์เจนติน่าสมัยที่ 34 จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับโบคาของอัลฟาโร่ แต่คงเป็นงานที่ไม่ง่ายแต่พลาดไม่ได้เลยทีเดียว

post

เลบรอน เจมส์กับฉายาคิง ออฟ เอ็นบีเอที่คู่ควร?

เลบรอนส์ เจมส์ คือยอดนักบาสเกตบอลอาชีพของ NBA ซึ่งปัจจุบันสังกัดทีมลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส เขาเกิดเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 1984 สามารถเล่นในตำแหน่ง small forward หรือ power forward ได้ดีทั้ง 2 ในตำแหน่ง เลบรอน เจมส์ถูกดราฟฟ์มาเป็นคนแรกในปี 2003 โดยคลีฟแลนด์ คาวาเลียร์สและฉายแววความเป็นยอดนักบาสทันทีมือคว้าตำแหน่ง rookie of the year (ผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยม) ในปีแรกของเขาได้ในทันที

สถิติส่วนตัวกับการย้ายทีม

เลบรอน เจมส์สร้างสถิติเอาไว้ในปีแรกกับคาวาเลียร์ทันที เขากลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ NBA ที่ทำทริปเปิ้ล ดับเบิ้ลซึ่งคือการทำแต้ม, รีบาวน์และแอสซิสต์ ได้ 10 ครั้งในแมทช์เดียวกัน, และยังเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ทำแต้มได้ถึง 50 ได้อีกด้วย แต่องค์ประกอบของทีมคาวาเลียร์สที่ดูแล้วอาจจะยากเกินไปกับความสำเร็จ รวมถึงการที่เจมส์มีเพื่อนสนิทเป็นยอดนักบาสหลาย ๆ คนทำให้เขาเลือกย้ายสังกัดมาร่วมทีมที่ใหญ่กว่าเดิม นั่นคือไมอามี่ ฮีท ซึ่งฮีท ในยุคนั้นแทบจะเป็นดรีมทีมย่อม ๆ ในทีเดียว ซึ่งในช่วงเวลา 2010-2014 เจมส์และเพื่อนรวมทีมใหม่ของเขาก็ไม่ทำให้แฟนบาสเกตบอลชาวไมอามี่ต้องผิดหวัง เมื่อสามารถพาทีมเข้าชิง NBA ได้ถึง 4 ปีติดและคว้าแชมป์มาได้ 2 ครั้งก่อนที่เขาจะย้ายกลับสู่คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์สทีมแรกของเขาใน NBA อีกครั้ง

แชมป์NBAครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของคาวาเลียร์

4 ปีที่แล้วเลบรอน เจมส์เป็นส่วนสำคัญในการพาทีมไมอามี่ ฮีทเข้าชิง NBA ทำให้เจมส์ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักบาสเกตบอลที่ยอดเยี่ยมที่สุด แต่การที่เจมส์พาทีมคลีฟแลนด์ คาวาเลียร์สเข้าชิง NBA อย่างต่อเนื่องอีก 4 ปีติดต่อกัน ช่างเป็นเรื่องที่แสนมหัศจรรย์ และแม้ว่าสุดท้ายแล้วคาวาเลียร์ของเลบรอน เจมส์จะเอาชนะโกลเด้นสเตทวอร์ริเออร์สคู่ชิงของพวกเขาทั้ง 4 ปีได้เพียงแค่ครั้งเดียว แต่นั่นก็คือแชมป์เอ็นบีเอครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของคลีฟแลนด์ และเลบรอน เจมส์ได้ย้ายสังกัดอีกครั้งโดยครั้งนี้เขาได้เซ็นสัญญาเป็นมูลค่าสูงสุดในประวัติศาสตร์บาสเกตบอล NBA กับทีมยักษ์แห่งวงการบาสเกตบอลอย่างลอสแองเจลิส เลเกอร์ส โดยสัญญา 5 ปีของเขารับทรัพย์ไปถึง 88 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 5,500 บาทไทยเลยทีเดียว ซึ่งเหตุผลหนึ่งนอกจากเรื่องเงินแล้วอาจจะเป็นเหตุผลเดิมที่เขาตัดสินใจย้ายจากคาวาเลียร์สไปฮีท นั่นคือองค์ประกอบทีมที่อาจจะยากแต่ความสำเร็จเสียแล้วเพราะการเข้าชิง NBA ใน 2 ฤดูกาลหลังพวกเขาเอาชนะวอริเออร์ได้เพียง 1 ใน 9 เกมเท่านั้น

โคบี้ ไบรอันและไมเคิล จอร์แดน

การถูกนำไปเปรียบเทียบกับยอดนักบาสเกตบอลโคบี้ไบรอันและราชาวงการฟุตบอลอย่างไมเคิล จอร์แดน กลายเป็นเรื่องไม่เกินจริงเสียแล้ว แม้จะมีค่อนแคะ เหน็บแนมจากแฟนบอลส่วนหนึ่งว่าความสำเร็จของเลบรอน เจมส์มาจากการองค์ประกอบของทีมที่เขาอยู่เสียมากกว่า ซึ่งต่างจากในยุคของไมเคิล จอร์แดนซึ่งจอร์แดนใช้เวลายาวนานอย่างมากกว่าจะพาชิคาโก้ บูลส์ทีมขวัญใจอดีตประธานาธิบดีอย่างบารัค โอบามาซึ่งไม่เคยประสบความสำเร็จอะไรเลย คว้าแชมป์ NBA ได้ถึง 6 ครั้งและเป็นชัยชนะทั้งหมดในทุกครั้งที่ได้เข้าชิงการเปรียบเทียบผลงานนักกีฬาในยุคเก่าไหมอาจจะเป็นการเปรียบเทียบที่ยากบางทีนี่อาจจะเป็นเหมือนการเปรียบเทียบระหว่างดีเอโก้ มาราโดน่ากับลิโอเนลเมสซี่ในวงการฟุตบอลหรือจอห์น แม็คแอนโรกับโรเจอร์ เฟเดอเรอร์ในวงการเทนนิสที่ไม่สามารถสรุปผลได้เช่นกันเลบรอน เจมส์และไมเคิล จอร์แดน ว่าใครจะเป็นเบอร์หนึ่งในประวัติศาสตร์ของวงการบาสเกตบอล

post

ได้เวลาจัดด์ ทรัมป์ โชว์ฝีมือให้โลกรู้

จัดด์ ทรัมป์ เขาคือนักสนุกเกอร์ชาวอังกฤษ แชมป์โลกคนคนล่าสุดวัย 30 ปี เกิดเมื่อ 20 สิงหาคม 1989 ทรัมป์มีหลายฉายาในวงการเช่น มร.แฮร์คัท, เดอะ เอช (the ace) แต่ฉายาที่คนไทยตั้งและน่าจะเหมาะกับเจ้าตัวเป็นอย่างมากคือ “เพชฌฆาตปืนกล” อันเนื่องมาจากสไตล์การแทงสนุกเกอร์ที่รวดเร็ว รุนแรงแม่นยำ ที่หาดูได้ยากในยุคปัจจุบันนั้น

หนึ่งในดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการ

อาลี ฮันเตอร์, แมทธิว สตีเว่น, แบรี่ ฮอร์กิ้น หรือแม้แต่ดิง จินฮุย ชื่อเหล่านี้คืออดีตดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งวงการสนุกเกอร์ ผู้เคยได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นยอดนักสนุกเกอร์แถวหน้าของโลกเหมือนที่สตีฟ เดวิส, สตีเฟ่น เฮนดรี้และรอนนี่ โอซุลลิแวนได้สร้างผลงานเอาไว้ แต่สุดท้ายมีอีกหลายชื่อที่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน และมีอีกหลายชื่อที่โอกาสของเขาเหลืออีกไม่มากกับตำแหน่งแชมป์โลกที่นักสนุกเกอร์ทุกคนใฝ่ฝัน จัดด์ ทรัมป์เองก็เป็นเช่นนั้น เขาเหมือนมาร์ค เซลบี้แชมป์โลกสนุกเกอร์สามสมัย ที่เคยได้ชิงแชมป์โลกตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ต้องพ่ายแพ้ต่อนัดชิงให้กับรอนนี่ โอซุลลิแวน ส่วนจัดด์ ทรัมป์ เขาแพ้ให้กับจอห์น ฮิกกิ้น ผู้เป็นหนึ่งในนักสนุกเกอร์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดคนหนึ่งในวงการ และเป็นแชมป์โลก 4 สมัยที่สำคัญเขาคือคู่ชิงในปี 2018 ที่จัดด์ ทรัมป์สามารถแก้มือเอาชนะและคว้าแชมป์โลกได้เป็นครั้งแรกในที่สุด

หนึ่งในนักสนุกเกอร์ขวัญใจ

เมื่อรอนนี่ โอซุลลิแวนนักสนุกเกอร์ที่ว่ากันว่ามีพรสวรรค์สูงกว่านักสนุกเกอร์คนใดในประวัติศาสตร์และเป็นผู้ที่มีแฟนสนุกเกอร์ติดตามมากที่สุดตลอดหลายสิบปีอยู่ในช่วงใกล้ปลดระวางเต็มที โอกาสจึงเปิดกว้างให้แก่นักสนุกเกอร์คนอื่น ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสจ๊วต บิงแฮมแชมป์โลกเมื่อ 3 ปีก่อนซึ่งได้เข้าชิงแชมป์โลกครั้งแรกเมื่ออายุขึ้นต้นด้วยเลขสี่แล้วหรือมาร์ค วิลเลี่ยมอดีตแชมป์โลกที่กลับมาคว้าแชมป์อีกครั้งเมื่อปีก่อน และมาร์ค เซลบี้ สามารถคว้าแชมป์โลกได้ถึง 2 ครั้งและเป็นครั้งที่สามของเขา จะเห็นได้ว่าไม่มีนักสนุกเกอร์คนใดเล่นในสไตล์เดินหน้าฆ่ามันหรือกล้าได้กล้าเสียเหมือนกับ “เดอะ ร็อคเก็ต” รอนนี่ โอซุลลิแวนหรือจัด ทรัมป์เลยแม้แต่คนเดียว

การรักษาฟอร์มการเล่นที่แสนยากเย็น

10 ปีหลังสุด มีเพียงมาร์ค เซลบี้สามารถเข้าชิงแชมป์โลกในครูซิเบิ้ลเธียเตอร์ ได้ 3 ครั้งและคว้าแชมป์ได้ทั้งหมด  และจอห์น ฮิกกิ้นที่เข้าชิงได้ถึง 4 ครั้ง และได้แชมป์ไปเพียงครั้งเดียว (เป็นสมัยที่ 4 ตลอดอาชีพของเขา) แต่ต้องแพ้ในนัดชิงทั้ง 3 ฤดูกาลหลังสุดอย่างโชคร้าย ก็ไม่มีนักสนุกเกอร์คนใดที่สามารถรักษาฟอร์มการเล่นหรือยืนระยะได้เลย จัดด์ ทรัมป์เอ็งก็ต้องใช้เวลาถึง 8 ปีกว่าจะได้เข้าชิงแชมป์โลกอีกครั้งและทำสำเร็จในที่สุด ซึ่งด้วยสไตล์การเล่นที่เป็นนักสู้ของเขาการจะรักษาความแม่นยำได้ในระยะยาวเป็นเรื่องยาก แต่เกือบ 1 ปีที่เขาครองแชมป์โลกมาจัดด์ ทรัมป์ยังคงรักษาตำแหน่งมือ 1 ของโลกพร้อมกับฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นเหนือกว่านักสนุกเกอร์คนใด ซึ่งหากเขายังคงรักษามาตรฐานของตนเองเอาไว้ได้ในเวลาอีกไม่กี่เดือนก่อนการแข่งขันชิงแชมป์โลกที่ครูซิเบิ้ลเธียเตอร์จะเริ่มขึ้นอีกครั้ง เขาจะเป็นเต็งหนึ่งในการคว้าแชมป์มาครองอย่างแน่นอน และเชื่อว่าแฟนสนุกเกอร์ส่วนใหญ่จะเอาใจช่วยเขาอย่างแน่นอน

post

บอริส เบ็คเกอร์เสือสิ้นลาย

บอริส  เบ็คเกอร์ เป็นนักเทนนิสชาวเยอรมันที่นับได้ว่าประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาล เกิดเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 1967  เทิร์นโปรในปี 1984 และโด่งดังเป็นพลุแตกเมื่อได้เป็นเจ้าของสถิติแชมป์เทนนิสวิมเบิลดันประเภทชายเดี่ยวขณะอายุได้เพียง 17 ปี 7 เดือนในปี 1986 และที่สำคัญคือการสามารถพาทีมชาติเยอรมันคว้าแชมป์เดวิส คัพ (เทนนิสประเภททีม)ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์คือในปี 1988,1989 สองปีติดต่อกันจนสามารถครองมือวางอันดับ 1 ของโลกในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ประมาณ 12 สัปดาห์ในปี 1991 เบ็คเกอร์เป็นนักเทนนิสที่เล่นลูกเสิร์ฟได้อย่างรุนแรง จนมีฉายาว่า “บูมบูม”รวมถึงการตีโต้ด้วยโฟร์แฮนด์อย่างหนักหน่วง และการขึ้นวอลเลย์หน้าเน็ต

ยอดนักเทนนิสแห่งยุค

ยุคนั้นนับได้ว่าเป็นหนึ่งในยุคทองของวงการเทนนิส มียอดนักเทนนิสอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นจอห์น แม็คเอนโรหนึ่งในนักเทนนิสที่หลายคนยกย่องว่าดีที่สุดตลอดกาล อีวาน เลนเดิล, สเตฟาน เอ็ดเบิร์ก, แมทท์ วิลันเดอร์, โธมัส มุสเตอร์,อังเดร อกัสซี่ ในยุคที่ยังไว้ผมยาวสลวยซึ่งทุกชื่อที่กล่าวมาต่างเคยเป็นมือวางอันดับ 1 ของโลกมาแล้วทุกนามไม่เฉพาะสไตล์การเล่นที่ดุดันของเบ็คเกอร์ การให้สัมภาษณ์ของเจ้าตัวก็ร้อนแรงเช่นกัน การออกมาตั้งคำถามถึงความเก่งกาจ ของโรเจอร์เฟเดอเรอร์นักเทนนิสที่ประสบความสำเร็จสูงสุดกว่าใคร ๆ ในประวัติศาสตร์วงการเทนนิส ว่าหากเฟเดอเรอร์ ได้ใช้แร็คเก็ตแบบในอดีตจะสามารถเอาชนะจอห์น แม็คแอนโรได้หรือไม่?

สูงสุดคืนสู่สามัญ

 ช่วงเวลาที่เบ็คเกอร์โลดแล่นในคอร์ดสักหลาด เบ็คเกอร์สามารถคว้าแชมป์ได้ 6 แกรนด์สแลมและยังได้ชื่อว่าเป็น1ในนักเทนนิสที่ได้รับการวางให้เป็นมืออันดับ 1 ของโลก แต่หลังจากแขวนแร็กเกตเชีวิตที่เคยรุ่งเรืองของเบ็คเกอร์ก็ดูจะตกต่ำลงเรื่อย ๆ จะดูดีหน่อยก็ช่วงที่ผันตัวไปเป็นโค้ชให้แก่โนวัค ยอโควิชมือวางอัน 1 ของโลกคนปัจจุบันช่วงสั้น ๆ ในปี 2013 ถึง 2016 ชีวิตของเขาก็ตกต่ำลงอีก กระทั่งต้องหย่ากับลิลลี่ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากอดีตนางแบบดัตช์ที่ใช้ชีวิตแต่งงานกันมากว่า 9 ปี จนในที่สุดกันบอริส เบ็คเกอร์ถึงขั้นต้องเอาถ้วยรางวัลและของที่ระลึกส่วนตัวออกมาประมูลขายเพื่อนำเงินมาใช้หนี้ แต่ก็ไม่วายถูกประกาศให้เป็นบุคคลล้มละลายในปี 2017 โดยมีหนี้สินล้นพ้นตัวกว่า 44 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

ปัจจุบันเบ็คเกอร์ยังคงติดตามเชียร์บาเยิร์น มิวนิคสโมสรฟุตบอลชื่อดังที่เขารัก และเขายังทำงานอยู่ในวงการกีฬาหรือรับบทพิธีกรจำเป็นไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรคงไม่มีแฟนเทนนิสเยอรมันคนไหนลืมชื่อ “บอริส เบ็คเกอร์”เพราะสำหรับแฟนเทนนิสชาวเยอรมันแล้วเขาคือ “นักเทนนิสชายเดี่ยวที่ประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาล”

post

มาร์ค มาเกวซ ไอ้มดแดงแรงฤทธิ์

แรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่จริง ๆ กับมาร์ค มาเกวซ “ไอ้มดแดงแห่งเซอร์เวร่า” (Ant of Cervera) หรือฉายาที่คนไทยต้องเรียกติดปากว่า “เด็กระเบิด” เมื่อสามารถคว้าแชมป์โมโตจีพีรุ่น 500 ซีซี ได้เป็นสมัยที่ 5 และเป็น 3 สมัยติดต่อกันในวัยเพียง 26 ปีเทียบเท่ากับมิค ดูฮานอดีตยอดนักบิดชาวออสเตรเลีย แต่ยังตามหลังวาเลนติโน่ รอสซี่(7)และจิอันโคโม่ อกอสตินี่(8) อยู่ 2 และ 3 สมัยตามลำดับ แต่ด้วยอายุเพียง 26 ปีในปัจจุบัน เส้นทางการเป็นสุดยอดนักบิดที่ประสบความสำเร็จเหนือผู้ใดยังคงเปิดกว้างให้แก่ “MM23” มาร์ค มาเกวซอยู่เสมอ

บ้าบิ่นและเสี่ยงตาย

มาร์ค มาเกวซเกิดเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 1993 ในแคว้นคาตาลันประเทศสเปน โดยเฉพาะตัวใช้หมายเลข 93 เลขเดียวกับปีเกิดของเขาตลอดมามาเกวซได้ชื่อว่าเป็นนักบิดประเภทบ้าบิ่น กล้าได้กล้าเสียทำให้ต้องเจ็บตัวอยู่เสมอจนในบางครั้งก็มีผลทำให้ตนเองต้องพลาดแชมป์สำคัญจากสไตล์การขับขี่เช่นนี้ของเจ้าตัว โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เทิร์นโปรขึ้นมาใหม่ ๆ ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่เคยรู้สึกกลัวอะไรเลย การได้เห็นรอยแผลถลอกตามใบหน้าและตัวของเขาจึงดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นอยู่เป็นประจำ แม้ต่อมาเจ้าตัวจะดูลดความบ้าบิ่นลงไปมากแล้ว แต่ความเก่งกาจของเจ้าตัวก็ยังคงเป็นที่ประจักษ์ต่อแฟนนักบิดอยู่ตลอดเวลา เทคนิคที่แปลกใหม่ยากต่อการเลียนแบบ ติดตาผู้ชมในสนามและทางบ้านที่หลงใหลในความเร็วไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด

ท้าทายความอัจฉริยะของ “เดอะ ดอกเตอร์”

“VR46” “เดอะ ด็อกเตอร์” คือฉายาของวาเลนติโน่ รอสซี่อดีตแชมป์โลก 7 สมัยที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในอัจฉริยะและเป็นนักปิดขวัญใจมหาชนอย่างแท้จริงวัย 40 ปีกำลังถูกท้าทายในความสำเร็จอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนคลื่นลูกใหม่จะมาแรงแซงทางโค้งคลื่นลูกเก่าหรือไม่เราคงได้รู้กัน แต่ที่แน่ ๆ ในวันนี้คาตาลุนญ่าไม่ได้มีแค่บาร์เซโลน่าหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่และมีแฟนติดตามอยู่ทั่วโลกเท่านั้น ยังมี “มาร์ค มาร์เกวซ” ยอดนักบิดที่ตัดสินใจเลือก “มด” เป็นสัตว์นำโชคของเขาที่เราจะเห็นได้เสมอบนหมวกกันน็อคที่เขาใส่ เขามองว่ามดเป็นสัตว์ที่มีขนาดเล็กมากแต่ในเวลาเดียวกันมันก็แข็งแกร่งมากเช่นกันเมื่อสามารถยกของที่หนักกว่าน้ำหนักตัวของมันได้หลายเท่ารวมถึงการทำงานร่วมกันเป็นทีมเพื่อประสบความสำเร็จไปพร้อมกัน และยังเป็นสิ่งเตือนใจให้เขารู้ว่าเขาต้องทำงานหนักอยู่เสมอเพราะนั่นจะเป็นหนทางเดียวที่จะนำชัยชนะมาให้เขา และสำหรับคาตาลุนญ่าเมืองเกิดของเขาแล้วความโด่งดังของเขาอาจจะเป็นรองก็จะมีเพียง “ลิโอแนล เมสซี่” เท่านั้นในวันนี้

post

เอฟ.ซี.โคโลญจน์ แพะบ้าคัมแบ็กอีกครั้ง

เอฟ.ซี.โคโลญจน์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 1948 (71ปี) เป็นเจ้าของสนามมุงเกอร์ดอร์เฟอร์ สตาดิโอน หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ไรน์ เอเนอร์กี้” ที่มีความจุ 50,000 คน ในปัจจุบันมี วอเนอร์ สปินเนอร์เป็นประธานสโมสร และอาร์คิม ไบเออร์ โลเซอร์ เข้ามารับตำแหน่งต่อจากอันเดรีย พาวลัค กุนซือชั่วคราวที่ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อฤดูกาลก่อน

หนึ่งในยักษ์หลับที่ถูกลืม

เอฟ.ซี.โคโลญจน์ หนึ่งในสโมสรชื่อดังในบุนเดสลีกาเยอรมันในยุค 1980 ถึง 1990 ได้กลับขึ้นมาเล่นใน บุนเดสลีกาลีกสูงสุดของเยอรมนีอีกครั้งหลังจากตกชั้นไปเพียงปีเดียว ทันทีที่บุกไปชนะกรอยเธอร์ เฟิร์ธถึง 4-0 ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2019 ที่ผ่านมา ก่อนคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 2 ได้ในที่สุด(เป็นสมัยที่4) ภายใต้การคุมทีมของอันเดรีย พาวลัค กุนซือชั่วคราวของทีม

เอฟ.ซี.โคโลญจน์ มีฉายาที่เก๋ไก๋ไม่ซ้ำใครว่า เดอะ บิลลี่ โกท (The Billy Goat) หรือที่คนไทยรู้จักกันในนาม “แพะบ้า” โคโลญจน์สามารถคว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้ถึง 2 ครั้งในปี 1963-64, 1977-78 และแชมป์เด เอฟ เบโพคาล หรือฟุตบอลถ้วยของเยอรมันได้อีก 4 ครั้ง คือ ในปี 1967-68,1976-77,1977-78,1982-83

ซึ่งแฟนฟุตบอลชาวไทยจำนวนไม่น้อยต่างรู้จักและติดตาม โดยได้สร้างนักเตะระดับตำนานเอาไว้อย่างมากมายไม่ว่าจะเป็น โวล์ฟกัง โอเวอรัธ, แบรนด์ ชูสเตอร์, ปิแอร์ ลิทท์บาร์สกี้, เจอร์เก้น โคห์เลอร์, โทมัส เฮสเลอร์ โดยเฉพาะ ในตำแหน่งผู้รักษาประตูอย่างโทนี่ ชูมัคเกอร์และโบโด อิล์กเนอร์ ที่เป็นส่วนหนึ่งรายการพาทีมชาติเยอรมันตะวันตก คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกที่อิตาลีในปี 1990

อนาคตที่สดใสหรืออาจจะต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่

เอฟ.ซี.โคโลญจน์ เป็นสโมสรที่มีความพร้อมทุกอย่าง ที่จะก้าวขึ้นเป็นทีมลำดับต้น ๆ ในบุนเดสลีกาเยอรมัน โคโลญจน์เป็นเมืองใหญ่ มีสนามฟุตบอลที่สวยงาม มีรากฐานแฟนบอลที่เหนียวแน่นพร้อมให้กำลังใจทีมเสมอ ไม่ว่าทีม จะอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่ก็ตาม และในชุดปัจจุบันนี้แม้ว่าจะเป็นเพียงทีมที่พึ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นอีกครั้ง โคโลญจน์ก็ยังมี นักเตะที่น่าจับตามองอยู่อีกหลายคนอย่างโจนัส เฮคเตอร์ แบ็คซ้ายกัปตันทีมที่ติดทีมชาติเยอรมันชุดใหญ่ไปเล่นฟุตบอลโลกที่รัสเซียและติโม ฮอร์น นายทวารดาวรุ่งวัย 26 ที่พร้อมสืบตำนานตามรอยรุ่นพี่อย่างชูมัคเกอร์หรืออิล์กเนอร์

บุนเดสลีกาฤดูกาลใหม่ที่จะเริ่มต้นในวันที่ 17 สิงหาคม 2019 นี้ เอฟ.ซี.โคโลญจน์จะออกไปเยือนทีมคู่ปรับอย่างโวล์ฟบวร์ก เราคงจะได้เห็นฝีมือการทำทีมของโค้ชคนใหม่อย่างอาร์คิม ไบเออร์โลเซอร์ว่าเป็นอย่างไร หากทีมแพะบ้าสามารถมีแต้มกลับออกจากสนามโฟล์คสวาเก้น อารีน่าคงเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับสโมสรและแฟนบอลไม่น้อยเลยทีเดียว

post

โนวัค ยอโควิชกับ 5 ชั่วโมงเดือดก่อนคว้าแชมป์วิมเบิลดัน

โนวัค ยอโควิชยอดนักเทนนิสชาวเซอร์เบียมือวางอันดับ 1 ของโลกคนปัจจุบัน เขาเกิดเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ. 1987 เป็นนักเทนนิสที่ได้รับการยอมรับว่าเล่นได้ดีในคอร์ดทุกประเภทโดยเฉพาะฮาร์ตคอร์ด เป็นนักเทนนิสที่มีถนัดการแบ็คแฮนด์เป็นทีเด็ดในการพิชิตคู่แข่ง และเป็นหนึ่งในสามนักเทนนิสที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในปัจจุบัน (ราฟาเอล นาดาล,โรเจอร์ เฟเดอเรอร์)

บททดสอบสำคัญและการกลับมา

วันที่ 14 กรกฎาคม 2019 โนวัค ยอโควิชมือวางอันดับ 1 ของโลกวัย 32 สามารถป้องกันแชมป์ของเขาไว้ได้โดยเอาชนะหนึ่งในสุดยอดคู่ปรับอย่างโรเจอร์ เฟเดอเรอร์วัย 37 ปีไปอย่างดุเดือด 3-2 เซ็ท (7-6,1-6,7-6,4-6 และ13-12) คว้าแชมป์วิมเบิลดันสมัยที่ 5 ของเขาโดยใช้เวลายาวนานกว่า 4 ชั่วโมง 40 นาที

สำหรับโนวัค ยอโควิชแล้วถือเป็นบททดสอบที่สุดสำคัญหลังจากเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บที่ข้อศอกจนต้อง ทำการพักรักษาตัวไปเป็นระยะเวลานานกว่า 4 เดือนต้องเปลี่ยนโค้ชอยู่หลายครั้งโดยเฉพาะการแยกทางกับอดีตนักเทนนิสมือหนึ่งของโลกในอดีตทั้งสองคนอย่างบอริส เบ็คเกอร์และอังเดร อากัสซี่ สำหรับเกมส์นัดชิงชนะเลิศศึกวิมเบิลดันในครั้งนี้ ที่ยากขึ้นไปอีกก็คือผู้ชมในสนามก็ดูจะให้กำลังใจทางด้านโรเจอร์ เฟเดอเรอร์นักเทนนิสที่ประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดที่สูงวัยกว่า ให้กลับมาคว้าแชมป์อีกครั้งในวัย 37 ปีมากกว่า จึงทำให้ความกดดันกระหน่ำถาโถมเข้าหาเจ้าตัวมากขึ้นไปอีก แต่ด้วยแรงใจสำคัญจากเยเลน่า ยอโควิชภรรยากับสเตฟาน ยอโควิชลูกชายวัย 3 ขวบและมาเรียน วาสด้าผู้กลับมารับตำแหน่งโค้ชคนปัจจุบันอีกครั้งของโนเล่ สุดท้ายแล้วโนวัค ยอโควิชก็ยืนหยัดฝ่าฟันอุปสรรคที่อยู่ตรงหน้าจนฉันได้รับชัยชนะเหนือคู่แข่งของเขาและคว้าแชมป์ได้ในที่สุดโดยเฉพาะในเกมสุดท้ายที่เฉือนกัน 13-12 อย่างสุดตื่นเต้นทำเอาผู้ชมในสนามลุ้นจนแทบจะลืมหายใจกันเลยทีเดียว

เฟด-เอ็กซ์ถูกท้าทายอีกครั้ง

หลังจบเกมส์โนวัค ยอโควิชได้กล่าวชื่นชมคู่แข่งของเขาว่า “เฟดเดอเรอร์เล่นได้ยอดเยี่ยมอย่างเหลือเชื่อในวัย 37 และกล่าวอย่างติดตลกว่าตัวเขาเองก็หวังว่าจะได้คว้าแชมป์ในวัย 37 เช่นกัน” จากชัยชนะสุดสำคัญนี้ทำให้โนวัค ยอโควิชได้ไปแล้ว 13 แกรนด์สแลมป์เวลานี้เขายังตามหลังโรเจอร์ เฟเดอเรอร์(20) อีก 7 แกรนด์สแลมป์ แม้ว่าหนทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และเส้นทางที่ยังดูไกลเกินเอื้อมถึง ในปลายเดือนหน้า(สิงหาคม)ศึกยูเอส โอเพ่นหนึ่งในแกรนด์สแลมป์สำคัญจะเริ่มขึ้น จะเป็นอะไรที่ทุกคนกลับมาจับตามองโนวัค ยอโควิชอีกครั้ง เพราะ “โนเล่” คนเดิมได้กลับมาแล้ว